นโยบายรัฐบาลปัจจุบันได้เน้นให้มีการขยายการส่งออกเพื่อสร้างเศรษฐกิจใน ประเทศให้มีความแข็งแกร่งและยั่งยืนดังนั้น การส่งสินค้าออกทางเรือโดยเรือสินค้าทั่วไป (General Cargo Ship) จึงมีความจำเป็นและสำคัญอย่างมาก อาทิเช่น ข้าว น้ำตาล ปูนซีเมนต์ และสินแร่ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งการส่งออกสินค้าจำนวนมากจะเป็นไปตามความต้องการของผู้ซื้อสินค้าในต่าง ประเทศ การซื้อขายสิน-ค้าดังกล่าวจะมีจำนวนเป็นหมื่นๆตัน ในแต่ละครั้ง และจะส่งมอบสินค้าในระยะเวลาตามที่ได้ระบุไว้ในสัญญาซื้อขาย การจัดหาเรือมาบรรทุกสินค้าโดยผู้ขายหรือผู้ซื้อจะขึ้นอยู่กับสัญญาการซื้อ ขาย ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไข C and F (cost and freight) หรือ FOB (free on board)
ปัจจุบันนี้ราคาเช่าเรือสินค้าทั่วไป (General Cargo Ship) จะมีราคาค่อนข้างสูงเนื่องจากเรือสินค้าดังกล่าวในตลาดโลกมีความต้องสูงโดย เฉพาะในแถบเอเซีย ประเทศจีนมีความต้องการเรือสินค้าเช้าเหมาลำเป็นจำนวนมากเพื่อบรรทุกสินค้า มาประเทศจีน ประเทศจีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา โอลิมปิกในปี 2008 ที่เมืองปักกิ่ง และยังจะจัดงานแสดงสินค้า Trade Expo ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าที่เมือง เซี่ยงไฮ้ ดังนั้น ประเทศจีนจึงต้องการวัสดุก่อสร้างเป็นจำนวนมากเช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ และอื่นๆ ในการก่อสร้างสนามกีฬา ถนน บ้านพักนักกีฬา และอื่นๆ ให้เพียงพอกับความต้องการของทั้งสองงานจีนต้องการที่จะแสดงให้ประเทศอื่นๆ เห็นว่าจีนมีศักยภาพและความพร้อมในการจัดงานใหญ่ระดับสากล เพื่อสร้างความมั่นใจให้กรับนักลงทุนในต่างประเทศให้มาลงทุนในจีนเพิ่ม่ขี้น
เมื่อความต้องการเรือสินค้าในตลาดมีมาก จึงเป็นเหตุให้ค่าเช่าเรือสินค้าทั่วไป(General Cargo Ship) แบบเช่าเหมาลำได้ปรับตัวสูงขึ้น เช่นเรือขนาด Panamax (70,000 กว่าตัน) มีค่าเช่าระหว่าง 36,000-40,000 เหรียญสหรัฐต่อวัน ซึ่งได้ปรับขึ้นจากค่าเช่าเดิม 20,000 กว่าเหรียญสหรัฐต่อวัน หากเป็นเรือขนาดเล็กกว่า Panamax คือขนาด 45,000-50,000 ตันจะมีค่าเช่าประมาณ 22,000-30,000 เหรียญสหรัฐต่อวัน หรือขนาด 30,000 ตันจะมีค่าเช่าประมาณ 18,000-20,000 เหรียญสหรัฐต่อวัน
ผู้ส่งออกมีความจำเป็นจะต้องติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดเรือเช่าเหมาลำ เพื่อจะได้นำข้อมูลมาช่วยในการตัดสินใจเช่าเรือเมื่อมีความต้องการ
การขนส่งสินค้าโดยเรือคอนเทนเนอร์จะมีความสะดวกต่อผู้ส่งสินค้าและผู้รับ สินค้าเนื่องจากตู้คอนเทนเนอร์สามารถป้องกันมิให้สินค้าได้รับความเสียหาย หรือสูญหาย ทั้งยังสามารถป้องกันมิให้สินค้าเปียกน้ำ หรือปนเปื้อนสิ่งสกปรกอื่นๆ ผู้ส่งสินค้าสามารถนำตู้คอนเทนเนอร์เปล่ามาที่โรงงานเพื่อบรรจุสินค้าเข้า ตู้โดยตรงจากโรงงานซึ่งผู้ส่งจะสามารถควบคุมการบรรจุสินค้าเข้าตู้อย่าง ระมัดระวังเพื่อมิให้สินค้าเสียหาย สินค้าในตู้คอนเทนเนอร์จะไม่ถูกเคลี่อนย้ายจนกว่าสินค้าจะถึงมือผู้รับ สินค้าที่ปลายทาง
ตู้คอนเทนเนอร์ที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางมี 2 ขนาดคือ (1) ตู้ขนาดความยาว 20 ฟุต กว้าง 8 ฟุต สูง 8 ฟุต 6 นิ้ว บรรจุสินค้าน้ำหนักรวม 18 ตัน และมีพื้นที่บรรจุสินค้า 30 ลูกบาศก์เมตร (Cubic meter) และ(2) ตู้ขนาดความยาว 40 ฟุต กว้าว 8 ฟุต สูง 8 ฟุต 6 นิ้ว บรรจุสินค้าน้ำหนักรวม 26 ตัน และมีพื้นที่บรรจุสินค้า 65 ลูกบาศก์เมตร (Cubic meter) ผู้ส่งสินค้าหรือผู้รับสินค้สจะสามารถเลือกใช้ขนาดตู้คอนเทนเนอร์ตามลักษณะ สินค้าหรือความต้องการของตนเองเช่น เสื้อผ้า ข้าว อาหารกระป๋อง พลาสติก และอื่นๆ เป็นต้น ผู้ซื้อสินค้าจะนิยมซื้อสินค้าบรรจุเต็มตู้คอนเทนเนอรืเพราะมีความสะดวกที่ สามารถลากตู้คอนเทนเนอร์ไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อส่งสินค้าให้กับผู้รับซึ่งจะปะหยัดค่าแร่งในการขนสินค้าลงจากรถและยัง สามารถประหยัดค่าเช่าโกดังในการเก็บสินค้า ผู้ซื้อจะส่งสินค้าให้กับผู้รับทันที เมือสินค้ามาถึงเมืองท่าปลายทาง ดังนั้นการขนส่งสินค้าในระบบตู้คอนเทนเนอร์จึงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่าง มาก ตลาดคาดคะเนว่าการขนส่งสินค้าระบบตู้คอนเทนเนอร์จะขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 7-10 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
ที่มา : www.lgmclub.com



