โทรคมนาคมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญหรือกล่าวกันว่าเป็นปัจจัยที่ 5 ของคนในยุคนี้ไปแล้ว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าวิวัฒนาการของเทคโนโลยีนั้นมีการเปลี่ยน แปลงอย่างรวดเร็ว นับวันก็ยิ่งเข้ามามีบทบาทต่อชีวิตของมนุษย์มากขึ้น ตั้งแต่เรื่องความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน คุณภาพของชีวิต การพัฒนาในเชิงเศรษฐกิจ สังคม หรือแม้กระทั่งการศึกษา ต่างจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการกล่าวถึงเทคโนโลยีใหม่ 2 ชนิด ที่เชื่อว่าจะทำให้เกิดการการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการสื่อสารนั่นคือ เทคโนโลยี “ไวแมกซ์” (Wi-Max) หรือเครือข่ายไร้สายความเร็วสูง และ 3G (Third Generation) หรือเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายในยุคที่ 3 ซึ่งจะเป็นการพลิกโฉมการสื่อสารผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้สามารถสื่อสารได้ อย่างไร้ขีดจำกัด รองรับการสื่อสารได้ทุกรูปแบบทั้งเสียงและไม่ใช่เสียง สามารถรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว
ขณะที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าใบอนุญาตทั้งสองจะออก มาเมื่อใด เพื่อนบ้านอย่างประเทศ ลาว กัมพูชา และ เวียดนามกลับแซงหน้าไทยไปแล้วในเรื่องของเทคโนโลยี เนื่องจากมีการออกใบอนุญาต 3G และ Wi-Max ให้กับผู้ประกอบการบางราย
ศ. ประสิทธิ ประพิณมงคลการ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวแสดงความเห็น ผ่านงานสัมมนา ยุทธศาสตร์สื่อสารไร้สาย “Wi-Max 3.5G” ซึ่งจัดโดย หนังสือพิมพ์ เทเลคอม เจอร์นัล ว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแล กิจการโทรคมนาคมของประเทศ ตระหนักว่าน่าจะมีการศึกษาอย่างจริงจังถึงพัฒนาการเทคโนโลยีที่เป็นโครงข่าย ในยุคหน้า ไม่ว่าจะเป็น 3G, 3.5G และ Wi-Max, Wi-Fi ล้วนเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีการกล่าวถึงกันอย่างกว้างขวางซึ่งหากนำมาใช้ก็จะ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติ
Wi-Max เทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ในพื้นที่ชนบท หรือถิ่นทุรกันดาร ห่างไกล เนื่องจากระยะทางของ Wi-Max สามารถไปได้ไกลกว่า Wi-Fi ในขณะนี้มีหลายประเทศที่ใช้บริการแล้ว เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เริ่มมีการใช้ไวแม็ก มากขึ้น
คนึงจิตร สุริยะธำรงกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ควอลคอมม์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า เทคโนโลยี Wi-Max เป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ เพราะจะทำให้ผู้ที่ใช้เข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ในขณะที่ผู้ประกอบการต้องตระหนักถึงความเป็นมาตรฐานของเทคโนโลยีว่ามีความ คุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่
ประพัฒน์ รัฐเลิศการต์ ประธานบริหาร บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยใช้เวลาค่อนข้างมากในการออกใบอนุญาตไวแม็กซ์ มีการถกเถียงกันถึงเรื่องความถี่ความควรจะใช้ความถี่ใดเหมาะสมในการให้ บริการ เช่น ประเทศเวียดนามซึ่งให้ใบอนุญาตไวแมกซ์บนความถี่ 2.3 GHz โดยเปิดให้ผู้ประกอบการได้ทดสอบไปแล้ว
หลายคนอาจจะสงสัยว่า WiMax คืออะไร เทคโนโลยีนี้มีประโยชน์อย่างไร มีผู้ให้คำนิยามไว้ว่า Wi-Max คือ Metropolitan Broadband Wireless Access หรือ “เครือข่ายบริการอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง ที่มีพื้นที่ครอบคลุมบริเวณกว้างมาก” ที่มีรัศมีบริการประมาณ 3-10 กม. เมื่อนึกถึงรัศมี 10 กม. นั่นหมายถึงมีพื้นที่ครอบคลุมในหนึ่ง ไซต์ ถึงประมาณ 400 ตร.กม. เลยทีดียว
ปัจจุบัน มีการกล่าวกันที่รัศมี 50 กม. โดยให้ความเร็วได้ถึง 70 Mbps แถมมีการ Multiplex ความถี่แบบ OFDMA (Orthogonal Frequency Division Multiple Access) และเป็น Non-Line of Sight (NLOS) ที่เรียกได้ว่าแม้มีสิ่งกีดขวางกั้นอยู่ข้อมูลก็จะสามารถสะท้อนไปมาจนในที่ สุดสามารถรับสัญญาณข้อมูลได้ครบ ใช้ความถี่ในย่าน 2-11 GHz ส่วนการใช้งานในแบบเคลื่อนที่หรือ Mobile BWA ก็คือมาตรฐาน IEEE 802.16e ซึ่งมาตรฐานก่อนหน้า 802.16 a-d นั้นคือพัฒนาประสิทธิภาพขึ้นเรื่อยๆ เท่านั้นเอง
แต่ศัพท์เทคนิคที่ถูกต้องจริงๆ Wi-Max เป็นเทคโนโลยี Wireless Metropolitan Area Network (WMAN) ซึ่งให้บริการ Broadband Wireless Access (BWA) (http://WirelessMAN.org) จะเห็นได้ว่าแท้จริงแล้ว Wi-Max ไม่ใช่ชื่อเทคโนโลยี แต่เปรียบเสมือนชื่อทางการค้าที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน IEEE 802.16 เทคโนโลยีโทรคมนาคมจะแยกเป็นมาตรฐาน และวัดประสิทธิภาพกันที่ความเร็ว
สำหรับ IEEE นั้นเป็นองค์กรในประเทศ สหรัฐ อเมริกา มีชื่อเสียงแวดวงงานวิชาการทางวิศวกรรมไฟฟ้าทุกสาขามากที่สุดในโลก IEEE ย่อมาจาก The Institute of Electrical and Electronics Engineers Standards Association (IEEE-SA) ได้พัฒนามาตรฐาน 802.16
ขณะ เดียวกัน ทางยุโรป โดย ETSI พัฒนามาตรฐาน BWA ที่เรียกว่า HiperMAN จากนั้นทั้งสององค์กรได้แลกเปลี่ยนข้อมูลและพัฒนาขนานคู่กันมา แต่เมื่อปี 2001 ภาคอุตสาหกรรม ผู้ผลิต Chip set ได้รวมตัวกันก่อตั้ง Wi-Max Forum ขึ้นและเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร โดยมีเป้าหมายจะพัฒนามาตรฐานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ IEEE 802.16 และทุกวันนี้ความเคลื่อนไหวระดับแนวหน้าของโลกในเรื่อง Wi-Max จะอยู่ที่ Wi-Max Forum
ไวแมกซ์ กำลังเป็นเทคโนโลยีไร้สายความเร็วสูงที่คาดว่าน่าจะได้รับความนิยมสูงสุดใน อนาคต เนื่องจากได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากบริษัทชั้นนำของโลกและกลุ่มอุตสาหกรรม อย่าง Intel ที่ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะให้การสสนับสนุนการใช้งานไวแม็กซ์อย่างเต็มที่
โดย อินเทล ได้เริ่มผลิตซิลิคอนเพื่อใช้ในเทคโนโลยี ไวแม็กซ์ ขณะเดียวกัน อินเทล ก็มีแผนที่จะบรรจุเทคโนโลยี ไวแมกซ์ ไว้เป็นส่วนหนึ่งของชิบเซ็ตในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลด้วย ซึ่งจะทำให้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วโลกจะซัพพอร์ตไวเม็กซ์ด้วย โดยปัจจุบันผู้ให้บริการโทรคมนาคมในประเทศอังกฤษ สเปน แม็กซิโก บราซิล ฮ่องกง และอินเดียเริ่มทดลองใช้ไวเม็กซ์ แล้ว
ประโยชน์ ของเทคโนโลยี ไวแม็กซ์ จะเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีหลัก ซึ่งจะเข้ามาช่วยขยายเครือข่ายสู่พื้นที่ห่างไกลที่ ADSL และ Cable เข้าไปไม่ถึง ทำให้ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณในการขุดถนน เพื่อวางสายเคเบิลใยแก้ว ไวแม็กซ์ มีคุณสมบัติพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทาง ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้ยังสามารถสื่อสารได้ตลอดเวลา แม้ต้องเดินทางออกจากบ้านของตัวเอง
ดังนั้น เทคโนโลยีการสื่อสารบรอดแบนด์ไร้สายไวแม็กซ์ จะกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่ลงทุนต่ำกว่าเทคโนโลยีอื่น และเป็นเทคโนโลยีที่นำมาประยุกต์ใช้ในการบริการได้



