เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับผู้บริโภค เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคที่มีความต้องการเนื้อหาสาระหลากหลายตาม ไลฟ์สไตล์ของตน ทำให้สื่อมัลติมีเดียบนอินเทอร์เน็ตได้มีการพัฒนาตามความก้าวหน้าของ เทคโนโลยีจากที่เป็นแค่รูปภาพ และตัวอักษร ก็เริ่มเป็นวีดีโอ ที่มีเสียงประกอบสมจริง และเมื่อถึงจุดหนึ่งอินเทอร์เน็ตได้กลายเป็นสื่อรูปแบบหนึ่งที่นำเอาบริการ ต่างๆ อันหลากหลายจากเทคโนโลยีไอพีเข้าสู่บ้านพักอาศัย ซึ่ง IPTV หรือ การดูโทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เน็ต ก็เป็นบริการหนึ่งในนั้น
ในปีหน้านี้ คาดว่าบริการ IPTV จะเป็นบริการที่มาแรงมาก จากข้อมูลของ มัลติมีเดีย รีเสิร์ช กรุ๊ป ที่ได้คาดการณ์ว่า ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบ ADSL ในปี 2551 จะเพิ่มขึ้นเป็น 204 ล้านคน เติบโตขึ้นเฉลี่ยปีละ 17% และถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเติบโตของตลาดไอพีทีวี โดยคาดการณ์ว่าจำนวนของผู้เข้าเป็นสมาชิกของ "ไอพีทีวี" ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นจาก 1.9 ล้านคนในปี 2546 เป็น 25.3 ล้านคนในปี 2551
สำหรับในประเทศไทยมีผู้ให้บริการไอพีทีวีรายสำคัญ คือ บริษัท ชิน บรอดแบนด์ อินเตอร์เน็ต (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เริ่มบุกเบิกบริการผ่านเว็บไซต์ www.ip-tv.tv เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังมี บริษัท แอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส จำกัด (AIS) บริษัท แอดวานซ์ ดาต้าเน็ทเวอร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (Advanced Datanetwork Communications Co.,Ltd) และ บมจ. ทีโอที ที่ได้จับมือกันเปิดให้บริการ บัดดี้ บรอดแบนด์ ขึ้นมา โดยน้องใหม่อย่าง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นั้นได้เริ่มออกอากาศให้บริการไอพีทีวีเมื่อกลางปี 2549 ที่ผ่านมา โดยใช้ชื่อว่า ทรู ไอพีทีวี
ไพสิฐ วัจนะปกรณ์ ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไปด้าน Broadband Broadcast Multimedia บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานีโทรทัศน์ส่วนตัวผ่าน ทรู ไฮสปีด อินเทอร์เน็ต หรือ ไอพีทีวี จะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนยุคไฮสปีด ที่คาดว่าจะได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ โดยมีจุดเด่นเรื่องความสะดวกในการเลือกรับชม และคอนเทนต์ที่หลากหลายให้เลือกดูได้ตามไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง ซึ่งตรงกับสโลแกนที่ว่า “TrueIPTV My Personal TV”
“สำหรับบริการไอพีทีวีนี้ ปัจจุบันผู้ใช้จำนวนหนึ่งยังไม่เข้าใจถึงการสมัครเข้าใช้บริการ เพราะต่างคิดว่าคนที่สามารถใช้บริการนี้ ต้องมีอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงมากๆ แต่จริงๆ แล้วผู้ใช้ที่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วเพียง 128Kbps ก็สามารถใช้บริการไอพีทีวีได้แล้ว เพราะการทำงานระหว่างไอพีทีวีและอินเทอร์เน็ตจะแยกกัน โดยไอพีทีวีจะมีการจัดการช่อง bandwidth ขนาด 3 Mbps ให้กับลูกค้าโดยเฉพาะ เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดในการใช้บริการไอพีทีวี ก็คือ คุณต้องมีอินเทอร์เน็ต” ไพสิฐ กล่าว

เทคโนโลยี ที่ ทรู ไอพีทีวี นำมาใช้ในการส่งสัญญาณภาพและเสียง คือ MPEG 4 ซึ่งถือว่าประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่นำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ และ ทรู ก็คือเจ้าแรกของไทยที่นำเทคโนโลยีตัวนี้มาให้บริการ โดยจุดเด่นของ MPEG4 ก็คือ ทำให้ขนาดของข้อมูลทั้งภาพและเสียงมีขนาดเล็กลง และสามารถส่งผ่านข้อมูลได้เร็วมากขึ้นกว่าเทคโนโลยี MPEG2 ที่ปัจจุบันผู้ให้บริการรายอื่นได้ใช้ให้บริการ
นอกจากนี้ ทรู ไอพีทีวี ยังให้ความสำคัญของสัญญาณภาพอีกด้วย นั่นคือ ความชัดของภาพหน้าจอที่สถานีส่งสัญญาณเป็นแบบไหน ความชัดของภาพที่ปรากฏบนหน้าจอของลูกค้าก็ต้องเป็นแบบนั้น โดย ทรู จะไม่ให้บริการกับลูกค้าที่ไม่มั่นใจว่าจะให้บริการได้แบบ 100% ซึ่งจะแจ้งให้ลูกค้ารอก่อน หากมีการขยายพื้นที่ครอบคลุมในส่วนที่ลูกค้าขอใช้บริการแล้วถึงจะแจ้งแก่ ลูกค้าเพื่อเปิดใช้บริการ
บริการของ ทรู ไอพีทีวี จะเน้นในเรื่องไลฟ์สไตล์ของคนในบ้าน ตั้งแต่รุ่นเด็กจนถึงรุ่นใหญ่ ดั้งนั้น จึงมีคอนเท็นต์ที่ให้บริการอย่างหลากหลาย และแตกต่างไปจาก UBC ที่ให้บริการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น การ์ตูน หนัง ข่าว แฟชั่น หรือเพลง อีกทั้งยังมีบริการ Interactive Service ซึ่งจะมีทั้ง บริการข่าวสารข้อมูลข่าวเด่นเมืองไทย ข่าวไฮไลต์รอบโลก รายงานผลกีฬาจากเครือเนชั่น เพลงดังหนังใหม่ ดูดวงประจำวัน พยากรณ์อากาศ อัพเดตราคาน้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น
นอกจากนี้ ทรู ไอพีทีวี ยังมีบริการในรูปแบบของ Video on Demand หรือ VoD โดยสามารถสั่งหนัง ละคร รายการทีวีเด่นๆ ที่พลาดชม หรือคอนเสิร์ตดีๆ มาดูได้ตลอดเวลา จะดูกี่รอบก็ได้ เหมือนเช่าวีดีโอ ซึ่งบริการนี้จะทำหน้าที่เสมือนเป็น “ห้องสมุดทีวี” ที่รวบรวมรายการที่น่าสนใจและมีประโยชน์บนหน้าจอทีวีนำมาให้บริการแก่ผู้ใช้ ให้มากที่สุด
ไพสิฐกล่าวว่า ในส่วนของ On demand นั้น จะเพิ่มในส่วนของ Karaoke เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกเพลงร้องได้ตามใจชอบ เหมือนกับการไปเช่าห้องร้องที่ร้านคาราโอเกะทั่วไป โดยมีการคิดบริการเป็นรายชั่วโมง และเหมาจ่ายรายเดือน ซึ่งราคานั้นรับรองได้ว่าประหยัดกว่าไปร้องที่ร้านแน่นอน โดยแนวเพลงคาราโอเกะก็จะมีตั้งแต่ เพลงไทยสากล ไทยลูกทุ่ง สากล เพลงจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี
ส่วนในปี 2550 นั้น บริการในส่วน ทรู ไอพีทีวี จะมีการเพิ่มบริการใหม่ 4 บริการ ได้แก่
บริการ Pay per View บริการนี้จะนำการแสดง หรือรายการพิเศษ เช่น การแข่งฟุตบอล คอนเสิร์ต มาให้บริการตามที่แจ้งความต้องการไปเป็นครั้งๆ โดยราคาค่าบริการก็จะขึ้นอยู่กับลิขสิทธิ์ของรายการนั้นๆ
บริการ Product Demonstration เป็นบริการที่เมื่อลูกค้าต้องการโฆษณาสินค้าที่ร้านค้าก็สามารถเปิดสัญญาณ ภาพจากไอพีทีวีให้ลูกค้าชมได้เลย เพียงแค่คุณส่ง VCDโฆษณาสินค้ามายัง ทรู ไอพีทีวี
บริการ Internal Communication การสร้างสถานีส่วนตัวของภายในองค์กร โดยผู้บริหารสามารถพูดกับพนักงานสาขาต่างๆ ที่มีอยู่ในกรุงเทพฯ ได้ตลอดเวลา และยังใช้เป็น Video Training ให้แก่พนักงานได้อีกด้วย เพียงส่ง VCD training เก็บไว้กับเซิร์ฟเวอร์ของ ทรู ไอพีทีวี เท่านี้ พนักงานก็สามารถมาเปิดและฝึกทบทวนได้ตลอดเวลา
บริการสุดท้ายที่คาดว่าจะเปิดให้บริการ คือ e-Commerce หรือ Shopping Channel ที่สั่งสามารถซื้อสินค้าผ่านหน้าจอทีวีได้ เช่น เมื่อมีการโฆษณาสินค้า ก็จะปรากฏราคาสินค้าชนิดเดียวกันจากแหล่งอื่นมาให้เปรียบเทียบราคาด้วย หากต้องการซื้อสินค้าก็จะกดปุ่มที่รีโมตคอนโทรล แล้วระบบจะทำการเชื่อมต่อไปยังระบบ Logistic เพื่อทำการจัดส่งสินค้าให้ที่บ้าน ส่วนการชำระเงินจะถูกส่งมาพร้อมกับใบแจ้งค่าบริการอินเทอร์เน็ตตอนสิ้นเดือน
ปัจจุบันประเทศที่ประสบความสำเร็จในการให้บริการไอพีทีวี มีอยู่ 2 ประเทศคือ ฮ่องกง และอิตาลี สำหรับฮ่องกงนั้น ได้เปิดให้บริการไอพีทีวีมาเกือบ 3 ปี ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิก 500,000 ราย และอิตาลีที่เปิดให้บริการเกือบ 4 ปี มีสมาชิก 800,000 ราย โดยไพสิฐคาดว่าภายใน 2 ปี จะมีผู้สมัครใช้บริการ ทรู ไอพีทีวี ประมาณ 70% ของสมาชิกอินเทอร์เน็ต ADSL ซึ่งนั่นก็คือ 200,000–300,000 ราย
“เรามั่นใจว่า บริการไอพีทีวีจะโตในเมืองไทยเช่นเดียวกับฮ่องกง และอิตาลีนั่น เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศขนาดเล็ก เหมือนเช่นกับฮ่องกงและอิตาลี ทำให้เอื้อในการเข้าถึงเทคโนโลยีนี้ และคนไทยก็เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดเวลา จึงคิดว่าไอพีทีวีจะเป็นที่ยอมรับในประเทศไทยแน่นอน” ไพสิฐกล่าว
บริการใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า ทำให้เห็นจุดยืนของ ทรู ไอพีทีวี ที่ต้องการเน้นและให้ความสำคัญในเรื่อง On Demand และ Interactive กับลูกค้ามากขึ้น ที่สำคัญ ทรู ไอพีทีวี ยังเป็นบริการที่ทำให้ภาพ Convergence Lifestyle ของทรู มีความชัดเจน และสมบูรณ์ยิ่งกว่าเดิม

ทางด้าน บัดดี้ บรอดแบนด์ อีกหนึ่งผู้ให้บริการ ไอพีทีวี ที่ได้เปิดตัวนำหน้าไปก่อน 1 ปีนั้น เกิดจากความร่วมมือระหว่างบริษัท แอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส จำกัด บริษัท แอดวานซ์ ดาต้าเน็ทเวอร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด และ บมจ.ทีโอที โดยการนำเทคโนโลยี Broadband (การส่งผ่านข้อมูลความเร็วสูง) เชื่อมต่อสัญญาณผ่านทางสายโทรศัพท์ของ ทีโอที
บัดดี้ บรอดแบนด์ เป็นเทคโนโลยีแบบ 3 in 1 ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ และโทรศัพท์บ้านคุณ คือ สามารถใช้บริการบัดดี้ บรอดแบนด์ได้ทั้งคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ และสามารถใช้โทรศัพท์ในเวลาเดียวกันได้อีกด้วย เพียงผ่านสายโทรศัพท์เพียงเส้นเดียว
ความเร็วในการให้บริการของบัดดี้ นั้น จะให้บริการด้วยอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสุด 2 Mbps สำหรับเว็บไซต์ภายในประเทศ แต่สำหรับเว็บไซต์ต่างประเทศนั้น ความเร็วจะขึ้นอยู่กับสปีดที่เลือก และจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในช่วงเวลานั้นๆ
ส่วนทางด้านคอนเทนต์ และบริการของบัดดี้ จะเน้นการนำเสนอความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ อาทิเช่น ดูหนัง ฟังเพลง คาราโอเกะ เล่นอินเทอร์เน็ต เกมออนไลน์ สาระความรู้และข่าวสารต่างๆ
ปัจจุบัน บัดดี้ มีคอนแทนต์ที่ออกเป็นประจำ ทั้งหมด 5 ช่อง คือ Money Channel, Nation Chanel, Dhammakaya Meditation Centre Channel (DMC Channel), ช่อง Preview ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด จากบริษัท Anytime และช่อง Australia Network นอกจากนี้ ยังมีคอนเทนต์เสริม ก็คือ วิดีโอ ออนดีมานด์ ที่เปรียบเสมือนยกร้านเช่าวิดีโอเข้ามาไว้ในบ้าน มีทั้งภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด สารคดี การ์ตูน เพลง มิวสิกวิดีโอ คาราโอเกะ ติวเตอร์ เป็นต้น สามารถเลือกดูได้จากหน้าจอทีวีตามวัน เวลา และเรื่องที่คุณต้องการ โดยสามารถดูซ้ำได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมีทั้งรายการฟรี และต้องเสียค่าใช้จ่าย
จากที่ได้กล่าวถึงบริการของบัดดี้ ไปแล้วข้างต้น ทำให้เห็นถึงจุดยืนของ บัดดี้ บรอดแบนด์ ดังนิยามที่ว่า “สาระบันเทิง สั่งได้บนทีวีที่บ้านคุณ” อย่างชัดเจน
เมื่อเราได้นำบริการไอพีทีวี จากสองค่ายยักษ์ใหญ่มาเห็นถึงรูปแบบการให้บริการคอนเทนต์ และเทคโนโลยีแล้ว จะเห็นว่า เทคโนโลยีไอพีทีวี สามารถให้เราทำอะไรก็ได้บนหน้าจอทีวีได้มากกว่าที่เคยเป็น แถมยังตอบสนองได้ทุกความต้องการ สร้างความสุขแบบใหม่ให้เกิดขึ้นอีกรูปแบบหนึ่ง ด้วยจุดเด่นของไอพีทีวี ที่เป็นแบบ Interactive นั่นเอง ที่ทำให้มีความน่าสนใจ แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็ขึ้นอยู่กับการยอมรับของคนในประเทศและเทคโนโลยีที่นำมา ใช้ด้วย ไม่เช่นนั้นเทคโนโลยีไอพีทีวีก็คงไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน....
www.truetv.in.th
www.buddybb.net



