ศูนย์ข้อมูลธุรกิจและข้อมูลการตลาด

ข้อมูลธุรกิจ ข้อมูลการตลาด สำหรับนักธุรกิจ นักการตลาด นักวิเคราะห์ การเงิน ไอที นักกลยุทธ์ ผู้หญิงทำงาน

Tuesday
Feb 07th
Home เทคโนโลยีและอีบิสซิเนส อีบิสซิเนส 10 วิธีเสริมสมรรถนะเครือข่ายไร้สาย

10 วิธีเสริมสมรรถนะเครือข่ายไร้สาย

อีเมล พิมพ์ PDF
Image 
แค่มีอุปกรณ์ Wireless Router ดีๆ สักตัวคงไม่เพียงพอที่จะทำให้การใช้งานเครือข่ายไร้สายของคุณมีประสิทธิภาพ ในการใช้งานได้อย่าง 100% แต่การติดตั้งที่ชาญฉลาดต่างหากที่เป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งจะทำให้ระบบเครือข่ายไร้สายของคุณทรงประสิทธิภาพสูงสุด

เมื่อระบบบนเครื่องคอมพิวเตอร์เตือนว่าสัญญาณอ่อน นั่นอาจหมายถึงการเชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้สายของคุณยังให้ความเร็วไม่มากพอ หรืออาจจะให้ความเร็วไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือถ้าแย่กว่านั้นอาจจะหมายถึงการสูญเสียการเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบเพื่อใช้ งานในบางพื้นที่ ซึ่งถ้าคุณกำลังหาทางแก้ไขจุดบอดของสัญญาณเครือข่ายไร้สายที่ติดตั้งอยู่ที่ บ้านหรือในออฟฟิศ เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ หรือขยายขอบเขตการใช้งานกว้างขึ้น คำแนะนำเหล่านี้อาจช่วยคุณได้...



1. วาง Wireless Router หรือ Wireless Access Point ตรงกลางพื้นที่ใช้งาน
            หากเป็นไปได้ควรวาง Wireless Router ของคุณไว้ตรงกลางบริเวณพื้นที่ที่คุณต้องการใช้งานเครือข่ายไร้สาย และไม่ควรวางให้ติดผนังห้อง เพราะจะทำให้สัญญาณด้านที่ติดผนังอ่อน แต่ไม่ต้องกังวลใจไป ถ้าคุณไม่สามารถเคลื่อนย้าย Wireless Router ที่บังเอิญติดตั้งติดฝาผนังได้ เพราะยังมีหนทางอีกมากมายที่จะช่วยแก้ไขให้การเชื่อมต่อสัญญาณไร้สายของคุณ ดีขึ้น


2. ไม่ควรวาง Router บนพื้นห้อง ผนังห้อง หรือชั้นวางวิทยุ ทีวี ที่มีวัตถุจำพวกโลหะอยู่
            โลหะ ผนัง และพื้น จะทำให้สัญญาณที่ส่งจากตัว Router ถูกรบกวน ซึ่งจะเป็นอุปสรรคให้การเชื่อมต่อสัญญาณไร้สายไม่ราบรื่น อีกทั้งยังเป็นสาเหตุให้ความแรงของสัญญาณที่ส่งออกไปจากตัว Router ลดลงด้วย


3. ปรับเสาสัญญาณของ Router
            เสาสัญญาณที่ติดมากับตัว Router เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาให้เป็นตัวรับและกระจายสัญญาณโดยตรง โดยทำการกระจายสัญญาณรอบทิศทางเป็นวงกลมไปรอบๆ ตัว Router ดังนั้นถ้าคุณติดตั้ง Router ติดด้านหนึ่งของฝาผนังห้อง จะทำให้สัญญาณครึ่งหนึ่งที่ส่งออกไปไม่สามารถใช้งานได้ แต่ใช้ได้เพียงด้านหนึ่งของห้องเท่านั้น อีกทั้งยังทำให้กำลังการส่งสัญญาณของตัว Router สูญเสียไปโดยไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ อีกด้วย

            Router ส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้คุณเพิ่มกำลังการส่งสัญญาณจากภายนอก ฉะนั้น คุณจึงใช้กำลังการส่งที่มาจากตัวเครื่องได้เท่านั้น ซึ่งคุณควรจะใช้กำลังการส่งเท่าที่มีอยู่นี้ให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด
            นอกจากนี้การอัพเกรดเสาสัญญาณให้สามารถรับ-ส่งสัญญาณได้สูง ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สัญญาณของเครือข่ายไร้สายกระจายได้ไกลมากขึ้น ซึ่งเสาสัญญาณแต่ละด้านของ Router (บางรุ่นมี 2 เสาสัญญาณ บางรุ่นมีเพียงเสาสัญญาณเดียว) จะชี้ทิศทางที่ต้องการกระจายสัญญาณไปได้เพียงทิศทางเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นคุณควรมีจุดเป้าหมายที่ต้องการให้ Router ส่งสัญญาณไปอย่างชัดเจนและครอบคลุมพื้นที่การใช้งานได้มากที่สุด


4. ปรับตัวรับสัญญาณที่เครื่องคอมพิวเตอร์คุณ
            ในเครือข่ายไร้สายจะต้องมีการส่งสัญญาณทั้งจากตัวคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้และ จากตัว Router ซึ่งบางครั้ง Router ที่คุณใช้สามารถส่งสัญญาณได้ดี สัญญาณแรงเพียงพอที่จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณใช้งานได้ แต่กลับกลายเป็นว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่คุณใช้เองนั่นแหละที่ไม่สามารถส่ง สัญญาณกลับไปยังตัว Router ได้ ซึ่งทำให้สัญญาณที่ได้รับมีความแรงลดลงไป 

            การแก้ปัญหาในกรณีนี้ทำได้ง่ายๆ ด้วยการลองเคลื่อนย้าย เปลี่ยนที่วางเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี หรือจะลองเปลี่ยนที่วางของตัว Wireless Network Adapter ดู ไม่อย่างนั้นถ้าเป็นเครื่องพีซีที่ต้องติดตั้ง Wireless Card ไว้ในตัวเครื่อง แล้วมีเสารับสัญญาณติดมาให้ในตัวนั้น อาจจะต้องอัพเกรด Wireless Card ให้เป็นแบบ USB แล้วใช้เสารับสัญญาณแบบต่อภายนอกแทน ซึ่งจะทำให้คุณเคลื่อนย้ายเสารับสัญญาณได้ง่ายขึ้น แต่ก็สร้างความรกรุงรังบนโต๊ะทำงานของคุณให้เพิ่มขึ้นอีกหน่อย

            Wireless Card ในลักษณะนี้มีจำหน่ายหลายยี่ห้อด้วยกัน ซึ่งก่อนตัดสินใจซื้อควรทดสอบการใช้งานดูก่อนว่าให้ความแรงของสัญญาณมากแค่ ไหน สัญณาณหลุดบ่อยหรือไม่ มีขอบเขตของสัญญาณไกลเพียงใด ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่มีการติดตั้ง Wireless Card รวมทั้งเสารับสัญญาณมาให้ในตัว หรือรองรับการใช้งานไร้สายอยู่แล้วนั้นก็ไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม และไม่จำเป็นต้องอัพเกรด Network Adapters ให้ยุ่งยากแต่อย่างใด เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของคุณสามารถใช้งานร่วมกับเครือข่ายไร้สาย ได้ทันทีที่เครื่องหาสัญญาณเจอ และคุณสามารถ log in เข้าสู่ระบบเครือข่ายไร้สายนั้นๆ ได้


5. ติด Wireless Repeater เพิ่ม
            ตัว Wireless Repeaters จะช่วยขยายเครือข่ายไร้สายให้กว้างขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มสายใดๆ เพียงแค่วางตัว Wireless Repeater ไว้กึ่งกลางระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณกับตัว Wireless Access Point จากนั้นก็ทำการบูทเครื่องใหม่สักครู่ เพียงเท่านี้คุณก็จะมีสัญญาณสำหรับการเชื่อมต่อไร้สายใหม่ที่แน่นอน ไม่หลุดง่ายอีกต่อไป ทดแทนสัญญาณเดิมไปทันที


6. เปลี่ยนช่องสัญญาณไร้สาย
            Wireless Router สามารถกระจายสัญญาณได้หลายช่องสัญญาณ เหมือนกับสถานีวิทยุที่มีหลายคลื่นความถี่ให้ใช้ต่างกัน เช่น ในอเมริกา และแคนาดา มีช่องสัญญาณ 1, 9, และ 11 ซึ่งก็เหมือนกับเวลาที่คุณฟังวิทยุอยู่คลื่นหนึ่ง ถ้าสัญญาณไม่ชัด เสียงไม่ดี ก็จะเปลี่ยนไปฟังคลื่นวิทยุอื่นที่มีสัญญาณชัดเจนกว่า

            ช่องสัญญาณสำหรับการส่งสัญญาณนั้น บางช่องอาจให้คลื่นความถี่ที่ดี คมชัด ดังนั้นจึงควรลองเปลี่ยนช่องสัญญาณของตัว Wireless Router ดูบ้าง เผื่อว่าจะมีช่องสัญญาณอื่นที่ให้คลื่นความถี่ที่ชัดมากกว่า โดยการเปลี่ยนช่องสัญญาณที่ใช้นั้นจะอยู่ในส่วนของ Router Configuration แล้วก็ลองตรวจสอบดูว่าช่องสัญญาณใดที่มีความแรงของคลื่นสัญญาณสูงสุด 

            การปรับเปลี่ยนช่องสัญญาณเพื่อกระจายสัญญาณนั้น คุณไม่จำเป็นต้องเข้าไปปรับเปลี่ยนค่าต่างๆ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ เพราะตัวเครื่องจะทำการค้นหาช่องความถี่ใหม่ให้โดยอัตโนมัติ


7. ลดการรบกวนบนเครือข่ายไร้สาย
            ถ้าคุณมีโทรศัพท์บ้านแบบไร้สาย หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบไร้สายใช้ในออฟฟิศหรือในบ้าน เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณอาจจะไม่ได้รับสัญญาณจากตัว Router ที่ส่งออกมาได้ดีนัก เพราะมีการรบกวนสัญญาณจากอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ที่ใช้สัญญาณคลื่นความถี่เดียวกัน ดังนั้นการจะทำให้เกิดคลื่นรบกวนในระบบเครือข่ายน้อยที่สุดควรเลือกใช้ อุปกรณ์ไฟฟ้าแบบไร้สายที่ไม่ได้ใช้คลื่นความถี่ 2.4 GHz ในการรับส่งสัญญาณ เพราะเป็นคลื่นความถี่ที่ระบบเครือข่ายไร้สายจำเป็นต้องใช้ ซึ่งคุณสามารถเลือกซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าไร้สายที่ใช้คลื่นความถี่ 5.8 GHz หรือ 900 MHz ในการรับ-ส่งสัญญาณแทนได้ ทั้งยังไม่ทำให้เกิดการรบกวนสัญญาณกันอีกด้วย


8. อัพเดต Firmware และไดรฟ์เวอร์ของ Network Adapter
            โดยทั่วไปผู้ผลิตอุปกรณ์ Router แต่ละรายมักมีการปรับปรุงในส่วนซอฟต์แวร์ ไดรฟ์เวอร์ที่ใช้กับอุปกรณ์ Router อยู่เสมอ แถมยังเปิดให้อัพเกรดฟรี ซึ่งการปรับปรุงแก้ไขที่เพิ่มขึ้นนี้จะมุ่งไปในทางที่ทำให้ตัว Router มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นหลังจากที่คุณซื้อ Router มาใช้แล้วควรหมั่นเข้าไปที่เว็บไซต์ของผู้ผลิตเพื่อติดตามข่าวสาร และคอยอัพเกรด Firmware หรือไดรฟ์เวอร์เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดมาใช้งาน เช่นเดียวกับผู้ผลิตอุปกรณ์ Network Adapter ที่จะมีการอัพเดตซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นใหม่ๆ ที่ใช้กับระบบปฏิบัติการต่างๆ ได้ดีขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความเสถียรและประสิทธิภาพของอุปกรณ์ให้สูงขึ้น ทำให้การทำงานไม่ติดขัด 

            นอกจากผู้ผลิตที่ขยันทำการอัพเดตซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นใหม่ๆ ให้กับตัวอุปกรณ์ของตัวเองแล้ว ทางด้านผู้ผลิตซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการรายใหญ่อย่างไมโครซอฟท์เอง ก็มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้กับอุปกรณ์ด้านเครือข่ายไร้สายด้วยเช่นกัน (http://update.microsoft.com/microsoftupdate) ทั้งนี้เพื่อทำให้การสื่อสารกันระหว่างอุปกรณ์ ที่ต้องผ่านระบบปฏิบัติการราบรื่นมากขึ้น


9. เลือกอุปกรณ์จากผู้ผลิตรายเดียวกัน
            การเลือกอุปกรณ์ Router กับ Network Adapter ที่มีผู้ผลิตรายเดียวกัน จะทำให้ง่ายต่อการติดตามและอัพเกรด รวมทั้งให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าที่เลือกอุปกรณ์จากผู้ผลิตต่างค่ายกัน เพราะอุปกรณ์จากค่ายเดียวกันก็น่าจะรู้ใจและทำงานเข้ากันได้ดีกว่าอุปกรณ์ ที่มาจากต่างค่ายกันแน่นอน


10. อัพเกรดมาตรฐานอุปกรณ์จาก 802.11b ไปเป็น 802.11g
            มาตรฐาน 802.11b ถือว่าเป็นมาตรฐานของระบบเครือข่ายไร้สายที่ธรรมดาที่สุด ในขณะที่มาตรฐาน 802.11g จะให้ความเร็วสูงกว่ามาตรฐานของ 802.11b ถึง 5 เท่า อีกทั้งมาตรฐาน 802.11b และ 802.11g ยังสามารถทำงานเข้ากันได้เป็นอย่างดี ดังนั้นถ้าคุณมีอุปกรณ์ที่ยังใช้มาตรฐาน 802.11b อยู่ และรู้สึกไม่ค่อยพึงพอใจในประสิทธิภาพนัก หากจะพิจารณาเปลี่ยน Router และ Network Adapter มาใช้เป็นมาตรฐาน 802.11g แทน ก็จะทำให้คุณได้รับความเร็วมากยิ่งขึ้น แต่ส่วนใหญ่แล้วอุปกรณ์ Wireless Router มักรองรับทั้ง 2 มาตรฐานในตัวเดียวกัน ซึ่งทำให้การเปลี่ยนมาใช้มาตรฐาน 802.11g ง่ายขึ้น

            อย่างไรก็ตาม ความเร็วของระบบเครือข่ายไร้สายที่ใช้ตามจริงไม่เคยจะได้ความเร็วตามทฤษฎี แต่มักจะให้ความเร็วที่ต่ำกว่าอยู่เสมอ โดยมาตรฐาน 802.11b นั้น ตามทฤษฎีแล้วให้ความเร็วสูงสุดที่ 11 Mbps แต่เมื่อมาใช้งานจริงจะให้ความเร็วโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 2-5 Mbps ส่วนมาตรฐาน 802.11g นั้นจะให้ความเร็วในการใช้งานจริงโดยเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 13-23 Mbps เท่านั้น


            โดยปกติแล้วระยะทางระหว่าง Router กับคอมพิวเตอร์ในช่วงห่างกัน 80 ฟุตจะไม่ค่อยมีปัญหาในการเชื่อมต่อมากนัก เพราะระบบเครือข่ายไร้สายภายในอาคารทั่วไปมีขอบเขตสัญญาณครอบคลุมประมาณ 100 ฟุต หรืออาจจะมากกว่านั้นในกรณีเป็นพื้นที่เปิดและไม่มีสิ่งกีดขวาง ซึ่งถ้ามีสิ่งรบกวนสัญญาณมากก็ยิ่งทำให้สัญญาณอ่อน ความแรงของสัญญาณที่ส่งไปลดลง ส่งผลให้ความเร็วที่จะรับ-ส่งข้อมูลลดลงไปด้วย

                ยังมีกลเม็ดเคล็ดลับอีกมายมายที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครือข่ายไร้ สายที่คุณใช้งาน ซึ่งเคล็ดลับต่างๆ เหล่านี้ต้องอาศัยประสบการณ์ของผู้ติดตั้งอยู่ไม่น้อย เพราะแต่ละพื้นที่มีโครงสร้างอาคาร มีความต้องการของการใช้งานไม่เหมือนกัน และที่สำคัญ การสร้างเครือข่ายไร้สายไม่ได้มีรูปแบบตายตัว แต่อยู่ที่เงื่อนไขและความฉลาดในการปรับเทคนิคต่างๆ มาใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ระบบเครือข่ายไร้สายที่สร้างขึ้นมาสามารถทำงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพสูงสุดนั่นเอง

 
ลงทะเบียนกับเพย์พาลวันนี้ สามารถใช้ซื้อ-ขายสินค้าได้ทันที
ซื้อ-ขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ทด้วยความปลอดภัยด้วย PayPal ระบบรับจ่ายเงินที่ปลอดภัยที่สุดในโลก
ใครยังไม่มีเครดิตเพย์พาลไว้ซื้อ-ขายสินค้า ระวังนะจะถูกเพื่อน ๆ หาว่า เชย

Business Plug-in

NutritionThailand.com
รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ ผัก วิตามิน เกลือแร่ และสารอาหารต่าง ๆ ที่ร่างกายต้องการ มาให้เราได้รับรู้ ผ่านหน้าเว็บไซท์แห่งนี้

WorldwideAirfare.com
WorldwideAirfare.COM บริการ ตั๋วเครื่องบิน ราคาถูก ทั่วโลก

ทำมาหากิน
เว็บของคนทำมาหากิน ข้อมูลตลาดนัด แฟรนไชส์ และอาชีพเสริมต่าง ๆ

SiamInsurance.com
แหล่งรวบรวมข้อมูลและให้ความรู้ เกี่ยวกับ ประกันชีวิต ประกันภัย ประกันรถยนต์