ศูนย์ข้อมูลธุรกิจและข้อมูลการตลาด

ข้อมูลธุรกิจ ข้อมูลการตลาด สำหรับนักธุรกิจ นักการตลาด นักวิเคราะห์ การเงิน ไอที นักกลยุทธ์ ผู้หญิงทำงาน

Tuesday
Feb 07th
Home เทคโนโลยีและอีบิสซิเนส อีบิสซิเนส เตรียมความพร้อม ก่อนสมัครงาน

เตรียมความพร้อม ก่อนสมัครงาน

อีเมล พิมพ์ PDF
                                                     Image 
 
               ถ้าคุณกำลังมองหางานอยู่ สิ่งสำคัญที่คุณจะต้องทำความเข้าใจอย่างมากๆ ก็คือ ทำอย่างไรถึงจะเสนอตัวเองให้ไปเป็นพนักงานในบริษัทที่ต้องการได้ดีที่สุด

              เลิกโยนก้อนหินถามทาง เพราะมันสำรวจอะไรไม่ได้ แต่การเตรียมตัว ความอดทน และความกระตือรือร้น คือกุญแจสำคัญที่จะหางาน ส่วนการศึกษาและการฝึกอบรมต่างๆ ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่ง จงจำไว้ว่า ยิ่งคุณหาความรู้มากเท่าไร ก็จะยิ่งมีโอกาสได้รับงานมากเท่านั้น

หากคุณกำลังมองหาโอกาส ใหม่ๆ ก่อนอื่นคุณต้องรู้ก่อนว่าทักษะหรือความถนัดของคุณที่มีอยู่เหมาะกับงาน ประเภทไหน แล้วถ้าคุณต้องการเพิ่มความรู้ด้วยการอบรมหรือศึกษาเพิ่มเติม ก็ควรเลือกสถาบันหรือโปรแกรมการอบรมที่ตรงกับลักษณะงานที่คุณต้องการ เพื่อเพิ่มโอกาสการได้รับคัดเลือกให้สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะช่วยคุณได้ในขั้นแรกก็คือการเขียน CV : Curriculum Vitae (เป็นภาษาละติน หมายถึง Life Story หรือเรื่องราวของชีวิต) ในบางประเทศก็เรียกว่า “Resume หรือประวัติโดยย่อ” ซึ่งในเมืองไทยก็นิยมใช้คำว่า Resume เช่นกัน

ในแต่ละประเทศ ก็จะมีสไตล์การเขียน CV หรือ Resume ที่แตกต่างกันไป แต่อย่างไรก็ตาม คุณก็ควรที่จะฝึกหัดการเขียน Resume ที่ถูกต้องเพื่อให้เหมาะกับการใช้สมัครงาน ซึ่งนี่จะเป็นคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ในจุดที่มีความสำคัญ

การเขียน Resume เป็นการพูดถึงตัวคุณเองให้ดูน่าสนใจ เพื่อที่จะเสนอตัวเองเข้าไปเป็นพนักงาน ซึ่ง Resume แต่ละฉบับที่เขียนส่งไปสมัครงานนั้นก็ต้องเขียนให้ดึงดูด น่าสนใจ เหมาะกับตำแหน่งงานที่คุณเข้าไปสมัคร ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้มีโอกาสพิจารณาเรียกสัมภาษณ์มากขึ้น โดยแต่ละบริษัท แต่ละตำแหน่งที่สมัครงานเข้าไปนั้น ก็ควรเขียน Resume ขึ้นมาให้เหมาะสมกับแต่ละงาน แต่ละบริษัทนั้นๆ อย่าเหมารวมว่าจะใช้ Resume ฉบับเดียว ครอบคลุมทุกงาน ทุกบริษัทที่สมัคร เพราะข้อมูลต่างๆ ที่เขียนไปอาจจะไม่ตรงกับความต้องการ และ Resume ของคุณอาจจะยาวเกินไป

ผู้ ว่าจ้างแต่ละที่ก็คงมีการตรวจสอบ คัดเลือกใบสมัครที่ส่งเข้ามาสมัครหลายร้อยใบในแต่ละตำแหน่ง แต่พวกเขาก็คงจะเลือกเพียง 2-3 คนเท่านั้นที่ดูแล้วน่าจะมีคุณสมบัติตรงกับความต้องการเข้ามาสัมภาษณ์ ซึ่งถ้าคุณสามารถเขียน Resume ของคุณได้ดี คุณอาจจะได้รับโอกาสนั้น

คำแนะนำทั่วไป

ถ้า คุณเป็นนักศึกษา เวลาที่คุณเขียนแนะนำในส่วนของประสบการณ์ ก็ควรจะเขียนถึงประสบการณ์ หรือกิจกรรมที่ได้ทำในระหว่างที่ศึกษาอยู่เพิ่มเข้าไปด้วย ซึ่งกิจกรรมต่างๆ ที่ได้ทำในช่วงที่เรียนอยู่เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยคุณได้ โดยการเขียน Resume นั้นก็ควรเขียนให้เต็มรูปแบบตามแบบฟอร์ม แต่อย่างไรก็ตามผู้จ้างงานก็คงไม่ต้องการเห็น Resume ทุกฉบับที่ส่งเข้ามาสมัครงานนั้นเขียนมาในทิศทางเดียวกันทั้งหมดด้วยการ Copy รูปแบบการเขียน Resume มาตรฐาน คัดลอกคำพูดที่เห็นได้ตามหนังสือหรือว่าแบบฟอร์มการเขียน Resume ที่มีให้เห็นตามเว็บไซต์สมัครงาน แต่คุณควรที่จะมี Resume เป็นของตัวเอง ซึ่งนั่นจะสร้างความแตกต่างระหว่าง Resume ของคุณกับคนอื่นๆ ได้

Resume ควรเขียนขึ้นมาโดยใช้โปรแกรม Word หรืออย่างน้อยที่สุดก็ควรจะพิมพ์ขึ้นมาจากเครื่องพิมพ์ดีด มีการจัดหน้ากระดาษที่ดี เป็นระเบียบเรียบร้อย พิมพ์ออกมาจากเครื่องพิมพ์คุณภาพสูง เพื่อให้ผู้ได้รับ Resume ของคุณรู้สึกว่าคุณตั้งใจที่จะทำขึ้นมาจริงๆ ไม่ใช่แค่มีส่งๆ มาเท่านั้น ควรทำตัวหนา หรือว่าขีดเส้นใต้ตรงหัวข้อหลัก ไม่ควรใช้ตัวอักษรหลายแบบ หลายขนาด เพราะคุณไม่ได้กำลังออกแบบหน้าปกนิตยสาร ควรใช้กระดาษสีขาวในการพิมพ์ ที่สำคัญควรตรวจสอบการสะกดคำให้ถูกต้อง ทั้งจากการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ช่วยตรวจสอบ และตรวจสอบด้วยตัวเอง แล้วก็ควรใช้สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยเมื่อมีรายการ หรือมีหัวข้อย่อยๆ หลายหัวข้อ

ลองนึกว่าคุณกำลังเป็นผู้จัดการที่มีงานกองเต็มโต๊ะ มีงานยุ่งเหยิงตลอดเวลา แต่ต้องมานั่งอ่าน Resume ของผู้เข้ามาสมัครงานกว่า 100 ฉบับ ที่อาจจะมีเวลาอ่าน Resume เหล่านี้เพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้นหากคุณอยากให้ Resume ของคุณได้รับการพิจารณามากกว่าลงไปอยู่ในถังขยะ ก็ควรออกแบบ Resume ให้อ่านได้ง่าย ใช้คำที่สั้น กระชับ แต่น่าดึงดูดใจแทนที่จะบรรยายสรรพคุณเสียยืดยาว

ดังนั้นหากคุณ เริ่มที่จะเขียน Resume เป็นครั้งแรก ก็ลองให้คนอื่นๆ ช่วยกันอ่าน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน อาจารย์ คนสนิท ฯลฯ แล้วให้ช่วยแนะนำ เพื่อแก้ไขให้อ่านง่ายและเข้าใจได้ง่ายขึ้น

ก่อนร่อนใบสมัคร

หากระดาษมา สักแผ่น แล้วคิดดูว่างานอะไรที่คุณจะสมัครเข้าทำงาน พิจารณาทักษะ ความชื่นชอบของตัวเอง การศึกษา และประสบการณ์ที่ผ่านมา แล้วเปรียบเทียบดูว่าทักษะที่คุณมีอยู่นั้นตรงกับความต้องการของงานอะไร แบบไหน แล้วคุณมีข้อมูล มีความเข้าใจเกี่ยวกับงานแต่ละตำแหน่งเพียงใดเพราะบางครั้งบริษัทผู้จ้างงาน ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดในแต่ละตำแหน่งที่เปิดรับสมัครอย่างเพียงพอ ดังนั้นควรใช้เวลาเพื่อค้นหารายละเอียดของงานที่คุณสนใจ ทั้งจากอินเทอร์เน็ต รายงานข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ห้องสมุด รวมไปถึงตัวบริษัทที่คุณจะเข้าไปสมัครว่าทำธุรกิจด้านอะไร สินค้าของบริษัทนั้นมีอะไรบ้าง บริษัทมีความมั่นคงมากแค่ไหน


รายละเอียดที่ควรมีใน Resume
ราย ละเอียดต่างๆ ใน Resume ควรมีความยาวรวมแล้วไม่เกิน 2 หน้ากระดาษ A4 และควรจะใส่หมายเลขหน้ากระดาษเอาไว้ให้ด้วย ซึ่งนี่เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจจะสร้างความประทับใจให้กับผู้อ่านได้ โดยควรจะมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้

1. รายละเอียดส่วนตัว (Personal Details)
ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล ระบุคำนำหน้าชื่ออย่างชัดเจนว่าเป็น นาย นาง นางสาว ที่อยู่ หมายเลยโทรศัพท์ อีเมล วันเกิด ซึ่งถ้าคุณมีเว็บไซต์ของตัวเองก็ควรใส่เข้าไปด้วย (ถ้าคุณคิดว่าเว็บไซต์ของคุณน่าสนใจพอ)

2. การศึกษา (Education)
ระบุ รายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ศึกษา วุฒิที่ได้รับ ปีที่จบ ซึ่งคุณอาจจะเพิ่มหัวข้อโปรเจ็กต์ หัวข้อ Thesis ประสบการณ์สำคัญๆ เพิ่มเข้าไปในแต่ละช่วงการศึกษาก็ได้ รวมทั้งอาจจะใส่เกรด คอร์สการอบรมพิเศษเพิ่มเข้าไปด้วย โดยเริ่มจากปัจจุบันไปหาอดีต

3. ประสบการณ์ทำงาน (Work Experience)
ระบุ ชื่อบริษัท ตำแหน่งงานที่ทำจากปัจจุบันไปอดีต ที่สำคัญควรจะระบุงานสำคัญๆ ที่คุณได้มีโอกาสเข้าไปทำ รวมไปถึงการทำงาน Part Time ต่างๆ การฝึกงานต่างๆ ที่น่าสนใจ

4. สิ่งที่สนใจ (Interests)
บอก ถึงกิจกรรมที่คุณสนใจ ได้เข้าไปร่วม หรืออาจจะเป็นหัวหน้า เป็นผู้นำในชมรม หรือกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นความสนใจที่มีความสัมพันธ์กันในลักษณะของการทำงานเป็นทีม ส่วนความสนใจที่เป็นเฉพาะบุคคล อย่างสะสมแสตมป์ อาจจะสร้างน้ำหนักเรียกความสนใจได้ลดลงมาหน่อย แต่อย่างน้อยก็อาจจะใช้เชื่อมความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานได้ หรือถ้าคุณได้มีโอกาสทำงานเพื่อการกุศลก็ควรใส่รายละเอียดลงไปด้วย รวมไปถึงบทความต่างๆ ที่คุณเขียนขึ้นมาแล้วได้ตีพิมพ์ ก็ควรจะใส่ข้อมูลลงไป

5. ทักษะ (Skills)
เช่น ความสามารถทางภาษา ความถนัดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือรายละเอียดเกี่ยวกับการขับขี่รถต่างๆ ก็สามารถใส่รายละเอียดเข้าไปได้

6. ผู้อ้างอิง (References)
โดย ปกติแล้วก็มักจะใส่ผู้ที่สามารถอ้างถึงได้ 2 ชื่อ โดยชื่อหนึ่งอาจจะเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย และอีกชื่อหนึ่งอาจจะเป็นชื่อหัวหน้าที่เคยไปฝึกงานหรือทำงานด้วย หรือไม่อย่างนั้นอาจจะเป็นเพื่อนบ้านที่รู้จักกันมานาน แต่ทั้งนี้ก็ต้องแน่ใจด้วยว่ารายชื่ออ้างอิงที่คุณใส่เข้าไปนี้ยินดีที่จะ ให้คุณอ้างถึง แล้วสามารถให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อได้ รวมทั้งเป็นผู้ที่จะพูดถึงคุณในทางที่ดี

มาถึงจุดนี้คุณคงจะ มีไอเดียสำหรับการเขียน Resume ของตัวเอง ที่จะสร้างโอกาสและแรงดึงดูดให้คนสนใจ อยากสัมภาษณ์คุณกันบ้างแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้ร่อนใบสมัครไปในบริษัทต่างๆ แล้ว ก็ควรที่จะทำสำเนาเก็บเอาไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นจดหมายสมัครงาน หรือว่า Resume ที่ส่งไป รวมทั้งจดหมายเลขโทรศัพท์และชื่อคนที่คุณติดต่อไว้ในแต่ละบริษัทเอาไว้ด้วย เพื่อเวลาที่มีคนต้องการเรียกสัมภาษณ์ คุณจะได้จดจำได้ว่าสมัครตำแหน่งอะไรไว้ จะได้ไม่งงเป็นไก่ตาแตกในภายหลัง ซึ่งจะสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีกับบริษัทที่คุณได้ไปร่อนใบสมัครไว้ได้


 
ลงทะเบียนกับเพย์พาลวันนี้ สามารถใช้ซื้อ-ขายสินค้าได้ทันที
ซื้อ-ขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ทด้วยความปลอดภัยด้วย PayPal ระบบรับจ่ายเงินที่ปลอดภัยที่สุดในโลก
ใครยังไม่มีเครดิตเพย์พาลไว้ซื้อ-ขายสินค้า ระวังนะจะถูกเพื่อน ๆ หาว่า เชย

Business Plug-in

NutritionThailand.com
รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ ผัก วิตามิน เกลือแร่ และสารอาหารต่าง ๆ ที่ร่างกายต้องการ มาให้เราได้รับรู้ ผ่านหน้าเว็บไซท์แห่งนี้

WorldwideAirfare.com
WorldwideAirfare.COM บริการ ตั๋วเครื่องบิน ราคาถูก ทั่วโลก

ทำมาหากิน
เว็บของคนทำมาหากิน ข้อมูลตลาดนัด แฟรนไชส์ และอาชีพเสริมต่าง ๆ

SiamInsurance.com
แหล่งรวบรวมข้อมูลและให้ความรู้ เกี่ยวกับ ประกันชีวิต ประกันภัย ประกันรถยนต์