เพราะวันนี้โลก "เล็กลง" การทำธุรกิจของคนไทย คงไม่สามารถมองแค่ตลาดในเมืองไทยได้อีกต่อไป ที่ผ่านมาเราอาจจะคุ้นเคย และได้ยิน ญี่ปุ่น ไปบุกตลาดต่างประเทศ สิงคโปร์ ไปลงทุนในเวียดนามที่จริงก็มีนักธุรกิจไทยหลายคนออกไปลงทุนในต่างประเทศพอสมควร แต่อาจจะมีจำนวนน้อย ซึ่งคงเป็นเรื่องของ Scale แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง และประเทศไทยมีความพร้อม ธุรกิจไทยก็ควรเริ่มขยับขยายออกสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่อง ‘จำเป็น’
ดังนั้น การลงทุนวันนี้ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม พร็อพเพอร์ตี้ โทรศัพท์มือถือ ธุรกิจค้าปลีก โรงภาพยนตร์ จำเป็นต้องนึกถึงตลาดต่างประเทศด้วย เพราะโมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยก็น่าจะ ‘เวิร์ค’ ในตลาดต่างประเทศได้เช่นกัน
ที่สำคัญวันนี้...เราต้องเปิดกว้างมุมมองการทำธุรกิจมากขึ้น ด้วยการศึกษาและวางยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ เพราะการลงทุนในต่างประเทศเป็นเรื่องใหญ่ และสำคัญ ดังนั้นการไปลงทุนจะต้องมีขั้นตอนและกระบวนการ
โมเดลธุรกิจโรงภาพยนตร์ทั้ง 4 แบรนด์ ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย ผมเชื่อว่าเป็น บิซิเนส โมเดล ที่เวิร์ค และสามารถลงทุนได้ในต่างประเทศเช่นกัน ทุกวันนี้โรงภาพยนตร์ในต่างประเทศเหมือนโรงภาพยนตร์ในประเทศไทยย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ที่ยังติดอยู่กับศูนย์การค้า ซึ่งก็มีกลุ่มลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่ไม่อยากเข้าศูนย์การค้าเพื่อชมภาพยนตร์
การทำโรงภาพยนตร์อย่างเดียว เป็นโมเดลธุรกิจที่ง่ายกว่าการทำเป็น Entertainment Complex ทำให้ทุกวันนี้ในตลาดประเทศไทยจึงไม่มีต่างชาติคิดเข้ามาทำธุรกิจโรง ภาพยนตร์แข่งกับคนไทยอีกแล้ว เนื่องด้วยความยุ่งยากในการต้องหา โลเคชัน การดีไซน์อาคาร การบริหารพื้นที่ค้าปลีกภายในอาคาร
การสร้างโรงภาพยนตร์เพียงอย่างเดียวกับการบริหาร Entertainment Complex ต้องเรียกว่า ‘ค่าความยาก-ง่าย’ ต่างกันมาก
“ในอดีตผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์จากต่างประเทศเคยเข้ามาบุกตลาดในประเทศ ไทย แต่ไม่ประสบความสำเร็จและได้ถอนตัวกลับไป และเชื่อว่าจะไม่กลับมาอีกแล้ว เพราะเรียกได้ว่าจบเกมไปแล้วสำหรับธุรกิจโรงภาพยนตร์”
ในตลาดอเมริกาโรงภาพยนตร์จะเป็น Destination ที่ชัดเจน แต่ในเอเชียส่วนใหญ่โรงภาพยนตร์จะอยู่ในศูนย์การค้า เพราะผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ส่วนใหญ่กำลังการลงทุนไม่พร้อม จึงลงทุนเฉพาะส่วนโรงภาพยนตร์อย่างเดียว
แต่ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ จะครีเอท โมเดล การทำธุรกิจมากกว่าโรงภาพยนตร์ โดยจะมีความบันเทิงส่วนอื่น ๆ ทั้ง โบว์ลิ่ง คาราโอเกะ ไอซ์สเกต ฟิตเนส จึงเรียกได้ว่าเป็น Fully Entertainment Complex โดย เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เริ่มต้นจากการมีโรงภาพยนตร์เพียงอย่างเดียวสำหรับสาขาแรก ที่ ปิ่นเกล้า หลังจากนั้นเพิ่ม โบว์ลิ่ง ที่ สาขาสุขุมวิท-เอกมัย มี ไอแม็กซ์ โรงภาพยนตร์ 3 มิติ จอยักษ์ ที่ สาขารัชโยธิน ล่าสุดมี ซับซีโร่ ไอซ์สเกต และโรงละครรัชดาลัย ที่ เอสพละนาด
จะเห็นได้ว่า เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ไม่เหมือนโรงภาพยนตร์อื่น ๆ ในเอเชีย ทั้งวิธีคิดและโมเดล ด้วยหลักการที่แตกต่างจึงเชื่อว่าโรงภาพยนตร์จากประเทศไทย จะเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่สามารถไปบุกเบิกขยายในต่างประเทศได้
ขณะนี้ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ได้เริ่มก้าวแรกแล้ว ด้วยการร่วมทุนกับ บริษัท พีวีอาร์ ซีนีม่าส์ จำกัด (มหาชน) จากประเทศอินเดีย ในการขยายธุรกิจโบว์ลิ่ง ในแบรนด์ บลูโอริธึ่ม แอนด์ โบว์ล คาราโอเกะ ไอซ์สเกต และเกมโซน ในเมืองหลักๆ ของประเทศอินเดีย
วันนี้ผู้ประกอบการในต่างประเทศหลายประเทศให้ความสนใจ บิซิเนส โมเดล โรงภาพยนตร์ของเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ และต้องการนำไปขยายในต่างประเทศ จากการที่ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เป็นผู้ร่างพิมพ์เขียวเองมาตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจ ดังนั้น การจะก๊อบปี้ บิซิเนส โมเดล ไปทำเอง จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ขณะเดียวกันการจะไปรุกตลาดต่างประเทศแบบโดดเดี่ยว ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน ในโลกธุรกิจปัจจุบันการผนึกกำลังร่วมเป็น “พันธมิตร” จึงเป็นโมเดลที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกันอย่างชัดเจนที่สุด เช่นเดียวกับหลักการคิดของเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สำหรับแผนการลงทุนในต่างประเทศ
ผมเคยพูดเสมอว่า ธุรกิจโรงภาพยนตร์ในประเทศไทยเป็น Classic Story ของวงการธุรกิจเรื่องหนึ่ง ที่ผู้ประกอบการไทยสามารถชนะทุนต่างชาติได้
การเปิดหน้าประวัติศาสตร์ธุรกิจโรงภาพยนตร์สู่ต่างประเทศของผู้ประกอบการ ที่ได้ชื่อว่าเป็น “คนไทย” ผมก็แอบฝันว่าอยากจะสร้าง Classic Story ในต่างประเทศให้สำเร็จเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ก็ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย คงต้องวัดความสำเร็จจากเวทีแรกก่อน หากที่แรกไปได้ดี ที่ต่อไปก็ย่อมเกิดขึ้นได้
การรุกขยายธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยไปต่างประเทศ คงคาดหวังไม่ได้ว่าจะเหมือนในประเทศไทย แต่ถือเป็นเวทีที่ "ท้าทาย" และคนไทยที่มีโอกาสควรจะ “ไปลองดู” เพราะสามารถเป็นตัวแทนคนไทยที่จะออกไปแสดงศักยภาพและความสามารถในเวทีโลก
ที่ผ่านมาคนไทยมักจะถูกมองว่าไม่เก่งธุรกิจบันเทิงในต่างประเทศ แต่หลายปีที่ผ่านมา "ภาพยนตร์ไทย" ได้เดินทางไปสร้างประวัติศาสตร์ให้ต่างชาติได้รู้จักแล้ว และหากจะมีโรงภาพยนตร์ หรือ ไลฟ์สไตล์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ไปบ้างก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก
วันนี้โลกธุรกิจเปลี่ยนไปแล้ว ที่ผ่านมาประเทศไทยอาจจะได้เปรียบเรื่องความพร้อมด้านทรัพยากร ทำให้สามารถขยายกิจการในประเทศโดยไม่ต้องหวังพึ่งพิงต่างประเทศ แต่วันนี้หลายประเทศไม่ได้คิดเช่นนั้นอีกต่อไป ตลาดโลกจะมอง "บิซิเนส โมเดล" ว่าเหมาะสมที่จะไปประเทศใดบ้าง เพราะตลาดวันนี้ ไม่ใช่เป็น ”ตลาดเก่า” แต่วันนี้เป็น “ตลาดเปิด” หากมี “ของดี” ก็สามารถขายได้ทั่วโลก
วิธีคิด ยุทธศาสตร์ และ โมเดล วันนี้เปลี่ยนแล้วทั้งหมด แต่ละอุตสาหกรรมจึงต้องคิด ต้องสร้างเพื่อขยายอาณาจักรใหม่ๆ โดยเฉพาะนักธุรกิจรุ่นใหม่ต้องมองหา Opportunity ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เพราะวันนี้ทุกอย่างเป็น “โอกาส”
แหล่ง : กรุงเทพธุรกิจ (www.bangkokbiznews.com)



