
เมื่อประมาณสิบห้าปีก่อนมีวิกฤตเกิดขึ้นในโลก ซึ่งแน่นอนกระทบกับประเทศไทยอย่างมากคือการที่ ซัดดัม ฮุตเซนนำกังลังบุกประเทศคูเวตและประเทศสหรัฐอเมริกาส่งกำลังช่วยประเทศคูเวต ขณะนั้นสถานการณ์โลกน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งกลัวว่าจะกลายเป็นสงครามโลก เศรษฐกิจหยุดนิ่งและอาจจะเรียกได้ว่าถดถอยเลยทีเดียว ทำให้ธุรกิจหลายแห่งทั้งใหญ่และเล็กเลิกโครงการต่างๆและบางธุรกิจเลิกกิจการเลยทีเดียว
ขณะนั้นมีบริษัทใหญ่มากในประเทศไทยที่มีฐานะการเงินที่มั่นคง มีผู้บริหารที่มากด้วยประสบการณ์ความรู้ความสามารถ ได้ตัดสินใจเลิกโครงการธุรกิจขายส่งสินค้า IT และต้องการหาคนมาซื้อสินค้าใน Stock ทั้งหมดมูลค่าประมาณ 10,000,000บาท ซึ่งในขณะนั้นหาคนมาซื้อได้ยากมาก ๆ ดังนั้นผู้บริหารของโครงการนั้นจึงตัดสินใจลาออกและขอเป็นผู้ซื้อสินค้าทั้งหมดเอง ผู้บริหารคนนี้ตัดสินใจโดยไม่มีการเตรียมตัวล่วงหน้า ไม่มีเงิน มีแต่ความเชื่อมั่นในตนเองและต้องการแสดงความรับผิดชอบ ฝ่ายเจ้าของธุรกิจก็เชื่อในความสามารถ ความซื่อสัตย์และมีความต้องการจะเลิกธุรกิจขายส่ง H/W จึงตัดสินใจขายสินค้าทั้งหมดให้ผู้บริหารคนนี้ในเงื่อนไขเครดิตระยะยาว ราคาพิเศษและมีเงื่อนไขห้ามคืนสินค้า ผู้บริหารคนนี้ก็เริ่มต้นเช่า OFFICE ,รับพนักงานขายและส่วนใหญ่มาจากที่เดิมที่เลิกโครงการนั่นเอง ผู้บริหารคนนี้ให้ชื่อว่า “นายก่อร่าง สร้างธุรกิจ” อายุประมาณ 32 ปีในขณะนั้น ธุรกิจที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้น่าสนใจมาก และวิธีบริหารของนายก่อร่างก็น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง
นายก่อร่างได้จัดตั้ง “บริษัท ก่อร่าง จำกัด” ขึ้น โดยเริ่มต้นมีเพียงไม่กี่คนล้วนแล้วแต่เป็นลูกน้องฝ่ายขายที่สนิทกันมาก ๆ ทุกคนร่วมกันทำงานด้วยกันมาหลายปี มีความสำเร็จมาด้วยกันมีความรู้ในสินค้าเป็นอย่างดี ทุกคนได้รับการเกื้อกูล สนับสนุนอย่างดีจากนายก่อร่างมาตลอด ดังนั้นพอทุกอย่างเริ่มต้น ทุกคนเข้าใจเป้าหมาย ความจำเป็นและอนาคตของแต่ละคนจะดีได้ต้องสนับสนุนนายก่อร่างให้ประสบความสำเร็จ และด้วยเจตนารับผิดชอบลูกน้อง รับผิดชอบต่อหน้าที่ การเป็นผู้นำที่ดี นายก่อร่างเสนอเงินเดือน หาเงินทุนและให้ทุกคนเป็นหุ้นส่วนโดยไม่จำเป็นต้องมีเงินตามความเหมาะสม ทุกอย่างเริ่มต้นด้วยความรวดเร็ว น่าจูงใจ ลงตัวและทุกคนล้วนรู้หน้าที่ สินค้า ลูกค้าเป็นอย่างดี
หลังจากตั้งทีมงาน วางแผนการขาย กำหนดราคา เงื่อนไขต่าง ๆ เรียบร้อยโดยนายก่อร่างไม่มีความกลัวของผลกระทบวิกฤตที่เกิดขึ้น มีแต่ความเชื่อมั่นในตัวเอง ทีมงานและสิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนั้นที่นายก่อร่างมองว่าเป็นโอกาสอย่างใหญ่หลวงคือเงื่อนไข CREDIT ระยะยาวมากกว่าหกเดือนประมาณ10,000,000 บาทโดยไม่มีหลักประกันหรือสัญญาใดๆ ในสภาวะปกติไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอนที่จะมีคนให้โอกาสแบบนี้ เขาจึงตัดสินใจคว้าไว้โดยไม่ลังเลและนี่คือที่มาของ “วิกฤตสร้างเถ้าแก่”
หลังจากเวลาผ่านไปสามเดือนของในSTOCK ก็เกือบจะหมด เนื่องจากนายก่อร่างทราบดีว่าต้องขายสินค้าให้เร็วที่สุดเพราะสองสาเหตุคือ หนึ่งเรื่องสินค้าจะตกรุ่นในธุรกิจ IT สำคัญมากเพราะจะไม่สามารถขายได้เลยถ้าสินค้าตกรุ่น สองเรื่องการหมุนเงินถึงแม้เขาจะได้ CREDITระยะเวลายาวแต่ถ้านิ่งนอนใจจะมีปัญหาอย่างแน่นอน และสิ่งที่ทำให้เขาสามารถขายสินค้าได้เร็วแบบนี้ มีหลายเหตุผลเช่น คนขายรู้จักสินค้าดีมาก คนขายรู้จักลูกค้าดีมาก นอกจากนี้เพื่อชดเชยปัญหาเศรษฐกิจกำลังวิกฤต นายก่อร่างได้ใช้กลยุทธที่ยังไม่มีใครทำในขณะนั้นคือการให้ CREDITประมาณ1-2 เดือนแก่ลูกค้าเพื่อเน้นขายจำนวนมากและในขณะนั้นส่วนใหญ่เน้นขายเงินสด แต่ที่นายก่อร่างตัดสินใจให้ CREDIT เพราะเขารู้ว่าลูกค้าคนไหนไม่มีปัญหาการเงิน ดังนั้นเพียงหกเดือนสินค้าทั้งหมดคงขายหมด แต่ ตอนนี้นายก่อร่างกำลังมีปัญหาว่าหลังจากนี้จะขายอะไร มีเงินที่กำไรหลังหักค่าใช้จ่ายก็ไม่มาก เงินหมุนที่ได้ก่อนจะถึงกำหนดชำระก็ไม่มาก ขณะนี้ธุรกิจก็เกิดแล้ว พนักงานก็มีหลายคน ลูกค้าก็มีหลายรายล้วนสนิทสนม อนาคตจะดำเนินต่ออย่างไร นายก่อร่างจะแก้ปัญหาอย่างไร และแน่นอนเขาไม่คิดที่จะหยุดเพียงเท่านี้ เพราะเขาไม่ได้ตั้งบริษัทเฉพาะกิจขึ้นเพื่อแก้ไขวิกฤต แต่เขาเป็นเถ้าแก่ที่จะต้องต่อสู้ต่อไป เขาเป็นคนต้องการความสำเร็จสูง เขาเป็นนักคิด เขาเป็นคนหนุ่มไฟแรงสามสิบสองเท่านั้น
โดย นายธนพล ก่อฐานะ
ที่ปรึกษาSMEs ศูนย์ประสานและบริการSMEs1
ฝ่ายประสานและบริการSMEs



