30
, เม.ย.
0 New Articles

เศรษฐกิจและการลงทุน
ประชาชาติธุรกิจ  วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4039

ก่อนหน้านี้ (14 กันยายน 2551) เพิร์คบริษัทที่ปรึกษาความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจ สำรวจถึงความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมของ 12 ประเทศ และเขตเศรษฐกิจพิเศษในเอเชีย

ปรากฏว่าไทยรั้งอันดับ 9 โดยฮ่องกงครองอันดับความน่าเชื่อถือมากที่สุด ขณะที่กระบวนการยุติธรรมของอินโดนีเซียถูกระบุว่า เลวร้ายที่สุด

ทั้งนี้ การสำรวจดังกล่าวเปิดให้ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ที่ประกอบธุรกิจในเอเชีย 1,537 บริษัทให้คะแนนกับกระบวนการยุติธรรมในประเทศที่อาศัยอยู่ โดยคำนึงถึงตัวแปรต่างๆ อาทิ ธรรมาภิบาล กระบวนการบังคับใช้กฎหมาย ความเป็นอิสระและปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง

ตลอดจนประสบการณ์และมาตรฐานการศึกษาของทนายความ และผู้พิพากษาก็ล้วนแต่เป็นปัจจัย ที่หยิบยกมาประกอบการพิจารณาเพื่อให้คะแนนกับประเทศ และเขตเศรษฐกิจพิเศษที่กระบวนการยุติธรรม มีความน่าเชื่อถือมากที่สุดคือ 0 จนถึงเลวร้ายที่สุดคือ 10 คะแนน

เพิร์คอธิบายว่า การสำรวจทัศนคติ และความคิดเห็นของ นักลงทุนที่ทำขึ้นเป็นประจำทุกปี แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยง ระหว่างการให้คะแนนของนักธุรกิจต่างชาติเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม กับการเปิดกว้างของระบบเศรษฐกิจในประเทศต่างๆ

เพราะกระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพย่อมหมายถึง การให้ความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่ดีขึ้น การทุจริตคอร์รัปชั่นที่น้อยลง และระบบเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง

อย่างไรก็ดีเนื่องจากการสำรวจดังกล่าวเน้นไปที่ผู้บริหาร ระดับสูงของบริษัทต่างๆ ไม่ใช่นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ดังนั้นบรรทัดฐานที่สำคัญสำหรับการประกอบธุรกิจ อาทิ สัญญาและข้อตกลงต่างๆ การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาจึงมี น้ำหนักมาก

ในส่วนของกระบวนการยุติธรรมไทยที่อยู่ในอันดับ 9 ได้คะแนน 7 คะแนน ดีกว่าจีนที่ 7.25 เวียดนาม 8.10 และอินโดนีเซียที่ 8.26 ส่วนประเทศและเขตเศรษฐกิจพิเศษที่กระบวนการยุติธรรมมีความน่าเชื่อถือสูงสุด คือ ฮ่องกง 1.45 ตามด้วยสิงคโปร์ 1.92 ญี่ปุ่น 3.50 เกาหลีใต้ 4.62 ไต้หวัน 4.93 ฟิลิปปินส์ 6.10 มาเลเซีย 6.47 และอินเดีย 6.50

"ชาวต่างชาติที่ประกอบธุรกิจในไทยมีความสงสัยและคลางแคลงใจอย่างมาก ว่าแนวโน้มของการแพร่ขยายอำนาจ ของศาลยุติธรรม หรือตุลาการภิวัตน์จะเป็นผลดีกับประเทศจริงหรือไม่" เพิร์คระบุ

สำหรับอินโดนีเซียซึ่งกระบวนการยุติธรรมเลวร้ายที่สุดนั้นเพิร์คชี้ว่า กระบวนการยุติธรรมของอินโดนีเซีย ก่อให้เกิดการโต้แย้งสูงจนส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความเชื่อมั่นของบริษัทต่างชาติ

ขณะที่จีนและเวียดนามซึ่งรั้งอันดับท้ายเช่นกัน เป็นเพราะกระบวนการยุติธรรม มีความเกี่ยวพัน กับการแทรกแซงทางการเมืองอย่างมาก และพรรคคอมมิวนิสต์ของทั้ง 2 ประเทศต่างก็อยู่เหนือกฎหมาย

ส่วนอินเดียและฟิลิปปินส์แม้จะเป็นประชาธิปไตยแต่ก็ยังคงมีการทุจริตคอร์รัปชั่นสูง ด้านมาเลเซียกระบวนการยุติธรรมได้รับ ผลกระทบอย่างมากจากการแทรกแซงทางการเมืองเช่นกัน

หน้า 2

ดัชนีชี้วัดคอร์รัปชั่นปี "51 คะแนนประเทศไทยดีขึ้นแต่ยังสอบตก

ดร.รุจี วิจิตรวาทการ  ประชาชาติธุรกิจ  วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4039

องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย (Transparency Thailand) เปิดเผยผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์ คอร์รัปชั่นประจำปี พ.ศ.2551 พบว่าประเทศไทยได้ 3.5 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน อยู่อันดับ 80 จากทั้งหมด 180 ประเทศทั่วโลก และอยู่อันดับ 10 จาก 21 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย

CPI (Corruption Perceptions Index) คือดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์ปัญหาคอร์รัปชั่นของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ที่มีค่าคะแนนตั้งแต่ 0 (คอร์รัปชั่นมากที่สุด)-10 (คอร์รัปชั่นน้อยที่สุด) จัดทำโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์แก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นและมีเครือข่ายใน 120 ประเทศทั่วโลก ได้จัดทำดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นของประเทศต่างๆ เป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ พ.ศ.2538 ซึ่งในปี พ.ศ.2551 นี้ได้จัดอันดับจากประเทศต่างๆ จำนวน 180 ประเทศทั่วโลก

ผลการจัดอันดับประจำปี 2551 พบว่าคะแนนและอันดับของประเทศไทยดีขึ้นจากเดิมที่ได้อันดับ 84 (3.3 คะแนน) เมื่อปีที่แล้ว มาเป็นอันดับ 80 (3.5 คะแนน) เท่ากับประเทศบราซิล บูร์กินาฟาโซ โมร็อกโก และซาอุดีอาระเบีย ขณะที่เดนมาร์ก นิวซีแลนด์ และสวีเดน เป็นกลุ่มประเทศที่ครองอันดับ 1 (9.3 คะแนน)

ส่วนประเทศโซมาเลียได้อันดับสุดท้าย (1.0 คะแนน) โดยมีประเทศอิรัก และพม่า อยู่ในอันดับรองสุดท้าย (1.3 คะแนน) เมื่อพิจารณาเฉพาะการจัดอันดับของกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชีย พบว่าประเทศที่มีคะแนนเป็นอันดับ 1 คือ สิงคโปร์ (9.2 คะแนน) ส่วนประเทศที่มีคะแนนต่ำที่สุด คือ พม่า (1.3 คะแนน) เป็นที่น่าสังเกตว่าประเทศเกาหลีใต้ มีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (จาก 5.1 เป็น 5.6 คะแนน)

หน้า 2

คอร์รัปชั่นปัญหาที่น่าหงุดหงิดของผู้นำไทย

ประชาชาติธุรกิจ  วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4039

เพิร์ค (Political and Economic Risk Consultancy Ltd.) เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจ มีสำนักงานอยู่ที่ฮ่องกง ได้สำรวจแนวโน้มการคอร์รัปชั่นในปี พ.ศ.2551 ของ 13 ประเทศเอเชีย คือ จีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเก๊า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม วิธีการศึกษาใช้การสำรวจความเห็น ของนักธุรกิจชาติต่างๆ จำนวนราว 1,400 คนที่มี คุณสมบัติแตกต่างจากนักธุรกิจทั่วๆ ไป คือ ต้องเป็นผู้ที่เดินทางไปทำธุรกิจประเทศต่างๆ ในเอเชียอย่างสม่ำเสมอ

ผลการศึกษาล่าสุดพบว่า ประเทศที่มีการทุจริตรุนแรงที่สุด 4 อันดับแรก คือ ฟิลิปปินส์ ไทย อินโดนีเซีย และจีน สรุปก็คือ ปี 2551 เพิร์คให้ไทยเป็นประเทศที่มีการคอร์รัปชั่นสูงเป็นอันดับ 2 จากตัวอย่าง 13 ประเทศในเอเชีย

ประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ.2540-2551 คอร์รัปชั่นมีแนวโน้มที่เลวลงกว่าเดิม ช่วงที่แย่ที่สุดอยู่ระหว่างปี พ.ศ.2543-2546 ที่คะแนนของประเทศไทยเท่ากับ 8.20, 8.55, 8.89 และ 8.75 ตามลำดับ (0 เป็นเกรดที่ดีที่สุด และ 10 เป็นเกรดที่แย่ที่สุด)

การศึกษาของเพิร์คเปรียบเทียบกับองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ที่มีการจัดอันดับภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นในระหว่างปี พ.ศ.2538-2550 ในปี พ.ศ.2538, 2542, 2546 และ 2550

ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นของประเทศไทยเป็น 2.79, 3.20, 3.30 และ 3.30 (0 เป็นเกรดที่แย่ที่สุด และ 10 เป็นเกรดที่ดีที่สุด) ดัชนีตัวนี้ชี้ให้เห็นว่าภาพลักษณ์เรื่องคอร์รัปชั่นของประเทศไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สอบตกโดยตลอด เหมือนของเพิร์คยังไม่มีปีไหน ที่ประเทศไทยสอบผ่านถึง 5.0 คะแนนเลย

ล่าสุด การจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นประจำปี พ.ศ.2551 พบว่าประเทศไทยได้ 3.5 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10

หน้า 2

 

ที่มา : http://www.nidambe11.net