30
, เม.ย.
0 New Articles

เศรษฐกิจและการลงทุน
คอลัมน์ องค์กรแห่งการเรียนรู้และการจัดการความรู้ โดย ดร.มงคลชัย วิริยะพินิจ  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4039

วันนี้ผมอยากให้ผู้อ่านได้อ่านเรื่องเบาๆ ผ่อนคลายความตึงเครียดจากเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง โดยมากล่าวถึงบุคคลในสายงานด้านบันเทิง "คุณธงไชย แมคอินไตย์" หรือ "พี่เบิร์ด" ของแฟนเพลงหลายๆ คน

โดยการสังเกตส่วนตัว ผมเห็นว่าการนำเสนอข่าวบันเทิงเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจไม่น้อย และความสนใจดังกล่าวอาจจะมีมากพอๆ กับข่าวการเมือง อย่างไรก็ดี ผมอยากชี้ให้ท่านผู้อ่านเห็นถึงความแตกต่าง ของผู้ทรงอำนาจทางวงการเมือง กับซูเปอร์สตาร์ในวงการบันเทิง กล่าวคือ ผู้ทรงอำนาจทางวงการเมืองนั้น ต้องกล่าวโดยทั่วไปได้ว่า เป็นผู้ที่มีอำนาจตามกฎหมาย นั่นหมายถึง ผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีสิทธิ์มีอำนาจโดยชอบธรรมตามกฎหมาย แต่ผู้ที่มีอำนาจดังกล่าวจะกลายเป็นผู้ที่มีผู้คนมาเคารพนบน้อมหรือไม่นั้น ก็สุดแล้วแต่ที่ท่านทั้งหลายจะประพฤติปฏิบัติตน และสามารถบริหารราชการบ้านเมืองให้เป็นที่ชื่นชม และศรัทธาโดยคนทั่วไปหรือไม่

ส่วนซูเปอร์สตาร์ในวงการบันเทิงนั้นมิได้มีการแต่งตั้งการอย่างเป็นทางการ ไม่มีกฎหมายที่จะรองรับการใช้อำนาจ ของซูเปอร์สตาร์ในวงการบันเทิง ความเป็นซูเปอร์สตาร์มักมาจากความชื่นชอบและศรัทธาจากคนทั่วไปอย่างแท้จริง และด้วยความชื่นชอบและศรัทธาอย่างแท้จริงนี้เอง เป็นจุดประกายให้ผมขออ้างถึง คุณธงไชย แมคอินไตย์ เพื่อเป็นการชี้ให้เห็นถึงตัวอย่างของคุณลักษณะของภาวะผู้นำที่ดี ที่เหมาะต่อการเป็นผู้ในองค์กรแห่งการเรียนรู้

คุณธงไชยถือได้ว่าเป็นซูเปอร์สตาร์ตัวจริงของประเทศไทย และเป็นศิลปินอีกท่านหนึ่งที่ผมชื่นชอบมาตั้งแต่ผมเยาว์วัย สองสิ่งที่ดีมากที่สุดในตัวของคุณธงไชย คือ การเป็นศิลปินที่มีความเป็น entertainer หรือผู้ให้ความบันเทิงอย่างแท้จริง และอีกสิ่งหนึ่งที่ดีที่สุดในตัวของคุณธงไชย คือ การเป็นศิลปินที่เป็นตัวอย่างของความเป็นคนไทยที่ดีที่มีคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งผมว่านี่เป็นหน้าที่หลักอีกอย่างหนึ่งของคนที่เป็นศิลปินในวงการบันเทิง

ผู้อ่านอาจรู้สึกสงสัยว่า เพราะเหตุใดผมจึงนำกรณีตัวอย่างอย่างคุณธงไชยมากล่าวอธิบายในเรื่องของภาวะผู้นำ จริงอยู่ที่ว่าเราคนไทยอาจจะไม่ได้รู้จักคุณเบิร์ด ธงไชย ในฐานะผู้นำอันดับหนึ่งขององค์กร แต่เรารู้จักคุณธงไชยในฐานะศิลปินที่มีความสามารถมากๆ คนหนึ่ง ด้วยความที่คุณธงไชยเป็นศิลปินที่มีความสามารถมากๆ นี่เอง ที่แสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำที่เอื้อต่อหลักแนวคิดในเรื่องของการพัฒนาองค์กรไปสู่ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

เป็นความโชคดีของผมที่ได้มีโอกาสได้ไปชมคอนเสิร์ตแบบเบิร์ด เบิร์ด และนั่นเป็นการชมคอนเสิร์ตในสถานจริงแบบสดๆ เป็นครั้งแรกในชีวิตของผม ในฐานะนักวิชาการที่ไปนั่งดูคอนเสิร์ต สิ่งแรกที่ผมคิดคือ เมื่อเข้าไปนั่งชมคอนเสิร์ต ซึ่งมีผู้ชมจำนวนเยอะมากๆ ก็คือ รู้สึกขอบคุณคุณธงไชยที่ช่วยเติมสีสัน และความสุขให้กับคนไทย ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ตึงเครียด สิ่งแรกที่ผมสัมผัสได้ในโลกของความบันเทิงคือความไม่เป็นทางการ และความไม่เป็นทางการนี่เองถือเป็นปัจจัยสำเร็จตัวหนึ่งที่สร้างความเป็นทีมงานในองค์กร อันช่วยพัฒนาให้องค์กรก้าวไปสู่ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

เพื่อให้ท่านผู้อ่านสามารถเข้าใจในสิ่งที่ผมกำลังจะอธิบาย ผมขอเปรียบสถานที่จัดคอนเสิร์ตแบบเบิร์ด เบิร์ด ที่ผมได้ไปมาเป็นองค์กร โดยมีผู้ชมคอนเสิร์ตเป็นบุคลากรในองค์กร และแน่นอนที่ว่า คุณธงไชยเปรียบเสมือนผู้นำในองค์กรดังกล่าว และต้องขอกล่าว ณ ที่นี้ว่า ผู้นำแห่งการเรียนรู้ที่ดี จะต้องสามารถสร้างความเป็นทีมงานอย่างแท้จริงในองค์กรให้จงได้ และเมื่อย้อนกลับไปที่คอนเสิร์ดแบบเบิร์ด เบิร์ดนั้น ผู้คนที่มาชมคอนเสิร์ตต่างก็มาจากทั่วสารทิศ ถ้ามิใช่เพื่อนหรือครอบครัวของตนเองที่มาชมคอนเสิร์ตด้วยกัน ก็จะไม่รู้จักกัน

สิ่งแรกๆ ที่คุณธงไชยพยายามทำแบบเนียนๆ ไปกับการแสดง และการพูดจากับผู้ชมคือ การสร้างวิสัยทัศน์ร่วม หรือ shared vision อันเป็นหนึ่งในแนวคิดของ Peter Senge ผู้เลื่องชื่อทางด้านองค์กรแห่งการเรียนรู้ วิสัยทัศน์ร่วมที่ผมเห็นว่าคุณธงไชย พยายามสื่อกับคนดูในฐานะที่ตนเองเป็นผู้นำในคอนเสิร์ต ก็คือ อยากให้ทุกๆ ท่านสนุกไปพร้อมๆ กัน ถึงแม้ท่านจะไม่รู้จักคนอื่นๆ ที่มานั่งชมคอนเสิร์ตด้วย คุณธงไชยก็อยากให้ทุกๆ ท่านสนุกไปด้วยกัน มิใช่ต่างคนต่างสนุก ซึ่งผมมองว่าคุณธงไชยสามารถสื่อวิสัยทัศน์ร่วมออกมาได้อย่างชัดเจนจากการแสดง และที่สำคัญสิ่งนี้เป็นสิ่งกระตุ้นแรก ที่ทำให้ความเป็นทีมในหมู่ผู้ชมที่ไม่รู้จักกันมาก่อนเกิดขึ้นได้ในระดับหนึ่งในเวลาไม่นาน และเมื่อความเป็นทีมเกิดขึ้น ผู้ชมคอนเสิร์ตต่างก็รู้สึกที่อยากจะสร้างความสนุกและความสุขให้กันและกัน

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตได้จากการไปชมคอนเสิร์ตแบบเบิร์ด เบิร์ด คือการที่คุณธงไชยสามารถสร้างแรงกระตุ้นให้กับทุกกลุ่มคนดู อาทิ สามารถทำให้คนที่มาชมคอนเสิร์ตไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนที่เป็นผู้ใหญ่ กลุ่มวัยรุ่น หรือแม้กระทั่งกลุ่มเด็ก ลุกขึ้นยืนร่วมกันร้องเต้นกันอย่างสนุกสนาน แสดงให้เห็นความร่วมแรงร่วมใจกันพอสมควรในการที่จะทำให้การมาดูคอนเสิร์ตนี้ บรรลุวิสัยทัศน์ร่วม กล่าวคือการได้มาสนุกด้วยกัน

และเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในคอนเสิร์ตแบบเบิร์ด เบิร์ด กลับไปในบริบทที่เป็นองค์กร ก็จะสามารถอุปมาอุปไมยได้ว่า คุณธงไชยเปรียบเสมือนผู้นำในองค์กรที่สามารถกระตุ้นให้บุคลากรในองค์กรตื่นตัวและใฝ่รู้ในการทำงาน และช่วยกันทำงานอย่างเป็นทีม และเมื่อยลท่าของคุณธงไชย แมคอินไตย์ ทำให้ผมตระหนักได้ว่า ผู้นำแห่งการเรียนรู้ที่จะสามารถกระตุ้นให้บุคลากรในองค์กรใฝ่รู้ในเรื่องของงานได้ คือต้องเป็นคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใส และมีความเป็นกันเองในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังอยู่ในกรอบของความเคารพซึ่งกันและกันในฐานะที่เป็นเจ้านายกับลูกน้อง ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่าคุณธงไชยเป็นผู้ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส และมีความเป็นกันเองกับประชาชนอย่างสม่ำเสมอ แต่ในขณะเดียวกัน ประชาชนก็ยังให้เกียรติและยกย่องคุณธงไชยเป็นซูเปอร์สตาร์

อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นลักษณะของผู้นำที่ดีในตัวของคุณธงไชย กล่าวคือการเป็นผู้นำที่สื่อสารกับบุคลากรในองค์กร ผู้นำที่ดีควรที่จะสื่อสารกับบุคลากรในองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสื่อสารวิสัยทัศน์องค์กร ผู้นำควรที่จะต้องสร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง กับบุคลากรในองค์กร ว่าองค์กรกำลังจะทำอะไร กำลังจะเดินทางไปในทิศทางไหน และเพราะเหตุใดถึงกำลังจะเดินทางไปในทิศทางนั้นๆ สิ่งนี้ช่วยกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัว และความสามัคคีในการทำงาน อันเกิดจากความเข้าใจอย่างแท้จริงที่ว่า งานที่มาช่วยกันทำนั้นทำไปเพื่ออะไร และบุคลากรแต่ละคนมีส่วนร่วมอย่างไรเพื่อให้องค์กรสามารถบรรลุวิสัยทัศน์ไปได้ และเปรียบกลับไปมองสิ่งที่เกิดขึ้น ในคอนเสิร์ตแบบเบิร์ด เบิร์ด ผมสังเกตเห็นได้ว่า คุณธงไชยมิใช่มาแต่จะร้องเพลงหรือทำการแสดงบนเวทีให้จบๆ ไป แต่คุณธงไชยสื่อสารกับคนดูอยู่ตลอด เพื่อเป็นการย้ำเตือนให้คนดูทราบว่า เรามาชมคอนเสิร์ตกันในวันนี้ เรามาช่วยกันสร้างความสนุกและความสุขให้กันและกัน และเพราะเหตุนี้เอง ผมคิดว่าคนดูจึงชื่นชอบชื่นชมในตัวคุณธงไชย จนกลายเป็นกำลังศรัทธาให้เล็งเห็นว่า คุณธงไชย แมคอินไตย์ เป็นซูเปอร์สตาร์ตัวจริง

ท้ายนี้ผมเชื่อว่า ความเป็นภาวะผู้นำอย่างซูเปอร์สตาร์ ธงไชย แมคอินไตย์ จะมิได้เพียงช่วยส่งเสริมให้องค์กร ก้าวไปสู่ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้เท่านั้น แต่จะนำพาไปสู่ความเป็นองค์กรแห่งความสุขด้วย

หน้า 42

 

ที่มา : http://www.nidambe11.net